น้ำฟักทอง

น้ำฟักทอง
วัตถุดิบ
- ฟักทอง 1/4ลูก
- น้ำเปล่า 1 หม้อสำหรับต้ม
- น้ำตาล ประมาณ 1-2 ถ้วยตวง (ตามความชอบ แต่ไม่ต้องหวานมากเพราะฟักทองเมื่อต้มจะมีรสชาติหวานมันอยู่ในตัวค่ะ)
- เกลือเล็กน้อย 1-2 ช้อนชา
- เครื่องปั่นน้ำผลไม้
วิธีทำ
- เริ่มจากการนำฟักทองที่ซื้อมานำเมล็ดตรงกลางออกให้หมด จากนั้นทำการปอกเปลือก โดยการปอกเปลือกนั้นเราต้องหามีดที่คมๆมาเฉือนเปลือกทีละนิดๆนะคะ แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดไม่ต้องสวยงามเพราะเราจะทำการต้มให้เนื้อฟักทองเละๆเวลาทำการปั่นจะได้ปั่นง่าย
- ใส่น้ำต้มในหม้อประมาณครึ่งหม้อ ทำการต้มน้ำให้เดือด นำฟักทองที่หั่นลงไปต้มให้สุก ๆจนเริ่มเละๆ ยิ่งเละมากยิ่งดี สังเกตว่าเนื้อฟักทองเละแล้ว จึงดับไฟ
- จากนั้น ตักน้ำและเนื้อใส่เครื่องปั่นน้ำผลไม้ โดยให้ทำการปั่นน้ำฟักทองให้ละเอียดมากที่สุด แล้วนำน้ำที่ได้มาต้มต่อใส่น้ำตาลลงไปเกลือเล็กน้อย ชิมรสชาติดูตามที่ชอบ ว่าหวานมากน้อยขนาดไหน ซึ่งเราจะไม่กรองเนื้อฟักทองนะค่ะ เนื่องจากเราปั่นให้ละเอียดจะมีติดเนื้อเล็กน้อย ซึ่งจะได้ทั้งกากใยครบ (แต่หากใครจะกรองก็สามารถกรองในขั้นตอนนี้ได้เลยค่ะ โดยนำผ้าขาวบางมากรอง หรือ ใช้กระชอนตาที่ละเอียดกรอง เป็นน้ำฟักทองแยกกาก และนำกากที่ได้ผสมน้ำเล็กน้อยไปปั่นใหม่อีกรอบ แล้วทำการกรองซ้ำ จะเหลือกากเล็กน้อยให้นำไปทิ้งได้เลย
- จากนั้นทิ้งน้ำฟักทองให้เย็นตัวลงสักหน่อยก่อน ใส่แก้วทานกันอุ่นๆยามเช้าดีต่อสุขภาพค่ะ เค้าว่ากันว่าน้ำฟักทองจะช่วยรองท้องแทนข้าวได้ แต่ว่าทางที่ดีเราควรทานข้าวเช้า ควบคู่กับน้ำฟักทองจะดีกว่าค่ะ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะช่วงเช้าเท่านั้นที่ทานได้ เราสามารถทานน้ำฟักทองก่อนนอน แทนนมก็ได้ค่ะ ช่วยให้หลับสนิทดีด้วย
- สำหรับน้ำฟักทองที่ทานไม่หมดสามารถเก็บได้ค่ะ โดยรอให้เย็นนำใส่ถุงแช่ตู้เย็นไว้ เก็บได้ประมาณ 4-5 วัน พอจะทานก็นำมาอุ่น หรือใครชอบทานแบบเย็นๆก็สามารถนำออกมาใส่แก้วทานได้เลยค่ะ ขอบอกว่าอร่อยมากเวลาที่มีเนื้อให้เคี้ยวกรุบๆนิดนึงก็อร่อยไปอีกแบบนะคับ
ประโยชน์
ฟักทองอุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน ช่วยป้องกันมะเร็ง ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและช่วยป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิต ช่วยบำรุงนัยน์ตา บำรุงตับและไต ช่วยสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์ที่ตายไปทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น